วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559

Recording Diary 4

Recording Diary 4
Science Experiences Management for Early Childhood
Ms. Jintana Suksamran
August 30,2016
Group 101 (Tuesday) 
Time 08.30-12.30 PM.

Content (เนื้อหา)

   ก่อนเริ่มเนื้อหาการเรียนการสอน อาจารย์ให้นักศึกษาคัดไทย ก-ฮ โดยมีพยัญชนะไทย 44 ตัว


   จากนั้นอาจารย์ก็สรุปเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง รูปแบบการเรียนรู้เด็กปฐมวัย จากที่อาจารย์ให้นักศึกษาสรุปจากสัปดาห์ที่เเล้ว

ความหมายของอากาศ
อากาศคืออะไร
   อากาศอยู่รอบตัวเราเสมอ เราสามารถรู้ว่ามีอากาศอยู่รอบๆตัวเราได้โดยโบกมือไปมา กระแสลมที่เกิดขึ้นและปะทะกับฝ่ามือของเรา ก็แสดงว่าอากาศมีจริง หรือถ้าเรายืนอยู่ในที่ที่มีลมพัดผ่าน เราจะรู้สึกว่ามีอากาศหรือลมพัดมาถูกตัวเรา แรงลมสามารถทำให้เกิดคลื่นน้ำ หรือหมุนกังหันลมได้
ส่วนประกอบของอากาศ


   อาจารย์ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ให้ร่วมกันระดมความคิด ถ้าหากจะสอนเด็กให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของอากาศ โดยมี กระดาษ 1 แผ่น และคลิป 1 ตัว นักศึกษาจะประดิษฐ์หรือสอนอะไรเกี่ยวกับเรื่องอากาศให้เด็กได้เข้าใจ


   กลุ่มของฉันช่วยกันระดมความคิด จนตกลงลงร่วมกันว่าจะพับกระดาษเป็นรูปนก แล้วนำคลิปมาง้างออกให้เป็นตะขบเพื่อที่จะสามารถนำมาเกี่ยวที่ตัวนกได้ โดยใช้มืจับตรงคลิปที่เกี่ยวตัวนกไว้ เมื่อนกโดนลมจากอากาศมาปะทะกับวัตถุ(ตัวนก) จะทำให้ตัวนกเคลื่อนไหวไปตามแรงลมเพราะ วัตถุ(ตัวนก)มีขนาดเบากว่าแรงลมที่มาปะทะ


นำเสนอ


การทดลองของแต่ละกลุ่ม มีดังนี้

 กลุ่มที่ 1 พับกระดาษเป็นรถ (พลังงาน)
   แล้วนำคลิปเสียบเข้าไปในรถ เมื่อเป่าลม รถจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงได้ดีกว่า ไม่เอาคลิปเสือบเข้าไปในรถ เพราะกระดาษมีน้ำหนักเบา เมื่อมีแรงลมมากระทบจะทำให้รถเคลื่อนทีไม่เป็นทางตรงหรือตามแรงลม ต่างจากเมื่อเอาคลิปเสียบไว้รถจะเคลื่อนที่ไปในทางตรงได้ดีกว่า แต่จะช้าลง เพราะมีวัตถุมาถ่วงน้ำหนักไว้


กลุ่มที่ 2 ขย่ำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ และกระดาษแบ่งครึ่ง กับคลิป (แรงต้าน)
   นำของสองสิ่งโยนลงพื้นพร้อมกัน ปรากฏว่าของสองสิ่งตกถึงพื้นไม่พร้อมกัน เนื่องจากขนาดพื้นที่ของวัตถุไม่เท่ากัน คือกระดาษแบ่งครึ่งตกลงพื้นช้ากว่าคลิป เนื่องจากพื้นที่ของกระดาษมีมากกว่าคลิป ซึ่งมีพื้นที่น้อยกว่า จึงนำกระดาษมาขย่ำเป็นก้อนกลม เมื่อทำมาทดลองวัตถุทั้งสองก็ตกถึงพื้นพร้อมกัน


 กลุ่มที่ 3 วาดรูปสภาพภูมิอากาศ 
   แบ่งออกเป็น 4 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูหนาว ฤดูฝน และฤดูแล้ง โดยเป็นการสอนโดยการอธิบาย ว่าเเต่ละฤดูมีอากาศแบบไหน


กลุ่มที่ 4 พับกระดาษเป็นลูกยาง
  ห้กางกระดาษที่ตัดไว้คนละฝั่งและลองโยนขึ้นไปให้สูงและปล่อยให้มันลอยลงมาสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่ได้คือ ลูกยางกระดาษจะหมุนวนเป็นวงกลมแล้วตกลงมาสู่พื้น


กลุ่มที่ 5 กังหันลม
  เมื่อมีลมมากระทบกังหันจะหมุนเป็นวงกลม เมื่อมีลมแรงมากระทบกับกังหัน กังหันจะหมุนแรง แต่ถ้าแรงไม่แรงหรือลมพัดผ่านเบาๆ กังหันจะหมุนเป็นวงกลม ช้าๆ ตามแรงลม


  คำศัพท์น่ารู้
  Test = การทดลอง
  Step = ขั้นตอน
  Condition = เงื่อนไข
  Planning = การวางแผน
  swarming = การจับกลุ่ม
  
Teaching methods (วิธีการสอน)   

   -การให้อิสระในการคิด                                                                                                                  -การได้ลงมือทำ ลงมือปฎิบัติ ลองผิดลองถูก                                                                                  -การยกตัวอย่างประกอบการสอน                                                                                                    -การอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสาระการเรียน

Skill (ทักษะที่ได้)
  -การคิด วิเคราะห์
  -การระดมความคิดร่วมกัน
  -การออกแบบ คิดสร้างสรรค์

Adoption (การนำไปประยุกต์ใช้)
  นำมาประยุกต์ใช้ในการทำการทดลองต่างๆที่ต้องการจะศึกษา หรือเพื่อให้ความรู้แก่ผู้อื่นได้ เป็นประโยชน์ในการเรียนการศึกษาต่อในอนาคต และสามารถนำมาปรับ หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ 

Assessment (การประเมินผล)
 ประเมินตัวเอง
   มาเรียนเช้า แต่งกายถูกระเบียบ ตั้งใจเรียน มีบางส่วนที่ไม่เข้าใจในเนื้อหา ก็ถามอาจารย์ ช่วยเพื่อนระดมความคิดในการทำสิ่งประดิษฐ์ นำเสนอผลงานการทดลองหน้าชั้นเรียน กล้าแสดงออก

ประเมินเพื่อน
   เพื่อนๆทุกคนตั้งใจเรียนและตั้งใจทำกิจกรรมต่างๆ ในการทำกิจกรรมกลุ่มแต่ละกลุ่มก็ช่วยกันคิดว่าจะทำการทดลองอะไร เพียงไม่นานทุกกลุ่มก็เสร็จ จึงได้ออกไปนำเสนอเร็ว  

ประเมินอาจารย์
   อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา มีการเตรียมการเรียนการสอนมาดี มีอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมต่างๆครบพร้อม หลังจากแต่ละกลุ่มพรีเซนต์งานเสร็จ อาจารย์จะคอยอธิบายเพิ่มเติมให้นักศึกษาเข้าใจในเนื้อหาเพิ่มขึ้นเสมอ


มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2016


National Science and Technology Fair Thailand 2016
มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2016

   งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีและของประเทศ จัดขึ้นเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทยและพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมจากความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ แสดงถึงศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่นำสมัย สามารถสร้างความตื่นเต้น สร้างแรงบันดาลใจ และความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์แก่สังคมไทย

   ในปี 2559 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กำหนดจัด งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจำปี 2559 หรือ National Science and Technology Fair 2016 ภายใต้แนวคิดหลัก (Theme) “จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีแห่งนวัตกรรม”

วัตถุประสงค์
1. เพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”
2. เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและพัฒนาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในประเทศและนานาชาติ
3. เพื่อกระตุ้นความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของคนไทย
4. เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอาชีพด้านวิทยาศาสตร์แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป
วันเวลาและสถานที่
   ระหว่างวันที่ 18 -28 สิงหาคม 2559
   เปิดให้บริการระว่างเวลา 9.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี)
   ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค (Hall 2-8) เมืองทองธานี
นิทรรศการประกอบด้วย
1. พระอัจฉริยภาพ “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. นิทรรศการกลาง
นำเสนอประเด็นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่กำลังอยู่ในความสนใจของประชาชน หรือมีความสำคัญ มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการพัฒนาประเทศในอนาคต ซึ่งควรสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนและเยาวชน โดยในปี 2559 มีนิทรรศการพิเศษ อาทิ
  • นิทรรศการนวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
  • นิทรรศการยานยนต์แห่งอนาคตและการขนส่ง
  • นิทรรศการการแพทย์ในยุคดิจิทัล
  • นิทรรศการอนาคตเทคโนโลยีชีวภาพโลก (World Biotech Tour)
  • นิทรรศการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับความหลากหลายทางชีวภาพ
  • นิทรรศการมหัศจรรย์แห่งวิทยาศาสตร์ เรื่องของ “ไข่”
  • นิทรรศการในปีสากลของ UNESCO ถั่วพัลส์ ความหวังของประชากรโลก
3. กิจกรรมวิทยาศาสตร์ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในแนวทางสะเต็มศึกษา
  • กิจกรรมพื้นที่นักนวัตกรรม จากความคิดสร้างสรรค์ สู่ผลงานสิ่งประดิษฐ์ ( FAB LAB & Maker’s space )
  • กิจกรรมห้องทดลองวิทยาศาสตร์สำหรับครอบครัวและเยาวชน
  • กิจกรรมลานประกวดแข่งขัน เครื่องบินกระดาษพับ
  • กิจกรรมลานปลูกฝังปัญญาเยาว์ สำหรับพัฒนาทักษะกระบวนการคิดของเด็กก่อนวัยเรียนในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย
  • ห้องฉายภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
  • การแสดงทางวิทยาศาสตร์
  • การประกวดแข่งขันตอบปัญหา มอบรางวัล
4. นิทรรศการศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย
  • แสดงผลงานความก้าวหน้าด้านการวิจัย การประดิษฐ์คิดค้น นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกิจการด้านต่าง ๆ ของประเทศ จัดแสดงโดยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ในประเทศไทย จากสถาบันวิจัย สมาคม สถาบันการศึกษา และกระทรวง ทบวง กรม
  • ผลงานวิจัยของหน่วยงานวิจัยของกระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ กระทรวงกลาโหม ฯลฯ
  • โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โดยคลินิกเทคโนโลยีของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และมหาวิทยาลัยเครือข่าย
  • ผลงานชนะเลิศเครื่องจักร เครื่องยนต์ และนวัตกรรมจากการประกวดเทคโนโลยีของไทย
  • ผลงานดีเด่นด้านวิทยาศาสตร์ ของนักเรียน นักศึกษา นักวิจัย
  • การเชิดชูเกียรติผู้บำเพ็ญประโยชน์ในสาขาวิทยาศาสตร์ ผู้ได้รับรางวัลพระราชทานประจำปี รวมทั้งผู้เป็นบุคคลตัวอย่างด้านวิทยาศาสตร์ เช่น นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ครูวิทยาศาสตร์ดีเด่น เป็นต้น
5. การประชุม สัมมนา และการถ่ายทอดเทคโนโลยี
ประกอบด้วยการประชุมระดับชาติและระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์และนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ ของประเทศและภูมิภาค อาทิ
  • การประชุมด้านนโยบายวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียน ASEAN STI Forum
  • การประชุมความร่วมมือเพื่อพัฒนาเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคอาเชียน ASEAN +3 for Gifted in Science
  • การบรรยายเกี่ยวกับพระอัจฉริยะภาพทางวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • การจัดอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อการประกอบอาชีพสำหรับชุมชน























*********************************************************



วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559

Recording Diary 3

Recording Diary 3
Science Experiences Management for Early Childhood
Ms. Jintana Suksamran
August 23,2016
Group 101 (Tuesday) 
Time 08.30-12.30 PM.

Content (เนื้อหา)

                                          เรื่อง รูปแบบการเรียนรู้เด็กปฐมวัย   

คุณลักษณะตามวัยของเด็กอายุ 3 – 5 ปี  ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.. 2546  มีดังนี้
เด็กอายุ  ปี
เด็กอายุ  ปี
เด็กอายุ  ปี
พัฒนาการด้านร่างกาย
· วิ่งและหยุดโดยไม่ล้ม
· รับลูกบอลด้วยมือและลำตัว
· เดินขึ้นบันไดสลับเท้าได้
· เขียนรูปวงกลมตามแบบได้
· ใช้กรรไกรมือเดียวได้
· าดและระบายสีอิสระได้







พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
·  แสดงอารมณ์ตามความรู้สึก
· ชอบที่จะทำให้ผู้ใหญ่พอใจและได้คำชม
· กลัวการพลัดจากผู้เลี้ยงดูใกล้ชิดน้อยลง


พัฒนาการด้านสังคม
·  รับประทานอาหารได้ด้วยตนเอง
· ชอบเล่นแบบคู่ขนาน (เล่นของเล่นชนิดเดียวกันแต่ต่างคนต่างเล่น)
· เล่นสมมติได้
· รู้จักรอคอย
พัฒนาการด้านร่างกาย
· กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้
· รับลูกบอลได้ด้วยมือทั้งสอง
· เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้
· เขียนรูปสีเหลี่ยมตามแบบได้
· ตัดกระดาษเป็นเส้นตรงได้
·กระฉับการเฉยไม่ชอบอยู่เฉย







พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
· แสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับบางสถานการณ์
· เริ่มรู้จักชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อื่น
· ชอบท้าทายผู้ใหญ่
· ต้องการให้มีคนฟังคนสนใจ

พัฒนาการด้านสังคม
· แต่งตัวได้ด้วยตนเอง ไปห้องส้วมได้เอง
· เล่นร่วมกับผู้อื่นได้ รอคอยตามลำดับก่อน หลัง
· แบ่งของให้คนอื่น
· เก็บขอบเล่นเข้าที่ได้
พัฒนาการด้านร่างกาย
·  กระโดดขาเดียวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องได้
·  รับลูกบอลที่กระดอนขึ้นจากพื้นได้ด้วยมือทั้งสอง
· เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้อย่างคล่องแคล่ว
· เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้
· ตัดกระกาษตามแนวเส้นโค้งที่กำหนด
· ใช้กล้ามเนื้อเล็กได้ดี เช่น ติดกระดุม  ผูกเชือกรองเท้า ฯลฯ
·  ยืดตัว  คล่องแคล่ว

พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
· แสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม
· ชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อื่น
· ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางน้องลง


พัฒนาการด้านสังคม
· ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง
· เล่นหรือทำงานโดยมีจุดมุ่งหมายร่วมกับผู้อื่นได้
· พบผู้ใหญ่  รู้จักไหว้  ทำความเคารพ
· รู้จักขอบคุณ  เมื่อรับของจากผู้ใหญ่
· รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย
เด็กอายุ  ปี
เด็กอายุ  ปี
เด็กอายุ  ปี
พัฒนาการด้านสติปัญญา
· สำรวจสิ่งต่าง ๆ ที่เหมือนกันและต่างกันได้
· บอกชื่อของตนเองได้
· ขอความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา
· สนทนาโต้ตอบ / เล่าเรื่องด้วยประโยคสั้น ๆ ได้
· สนใจนิทานและเรื่องราวต่าง ๆ
· ร้องเพลง ท่องคำกลอน  คำคล้องจองง่าย ๆ และแสดงท่าทางเลียนแบบได้
· รู้จักใช้คำถาม อะไร
· สร้างผลงานตามความคิดของตนเองอย่างง่าย ๆ
· อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว
พัฒนาการด้านสติปัญญา
· จำแนกสิ่งต่าง ๆ ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าได้
· บอกชื่อและนามสกุลของตนเองได้
· พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองหลังจากได้รับคำชี้แนะ
· สนทนาโต้ตอบ / เล่าเรื่องเป็นประโยคอย่างต่อเนื่อง
· สร้างผลงานตามความคิดของตนเองโดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น
· รู้จักใช้คำถาม ทำไม
พัฒนาการด้านสติปัญญา
· บอกความแตกต่างของกลิ่น สี เสียง รส รูปร่าง  จำแนกและจัดหมวดหมู่สิ่งของได้
· บอกชื่อ  นามสกุล  และอายุของตนเองได้
· พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง
· สนทนาโต้ตอบ / เล่าเป็นเรื่องราวได้
· สร้างผลงานตามความคิดของตนเองโดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นและแปลกใหม่
· รู้จักใช้คำถาม ทำไม”      “อย่างไร
·เริ่มเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม
·นับสิ่งต่าง ๆ จำนวนมากกว่า  10  ได้



ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย อายุ 3-5 ปี



ทฤษฎีการเรียนรู้
   1.การทดลองของพาฟลอฟ


   2.การทดลองของวัตสัน




การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
       ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจท์ ได้กล่าวถึง การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากการทำงานของโครงสร้างทางปัญญา  (Schemata)  เป็นวิธีที่เด็กจะเริ่มต้นด้วยความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสิ่งแวดล้อม  และสิ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการมี  2  อย่างคือ
     1. การขยายโครงสร้าง (Assimilation)  คือ  การที่บุคคลได้รับประสบการณ์หรือรับรู้สิ่งใหม่เข้าไปผสมผสานกับความรู้เดิม
     2. การปรับเข้าสู่โครงสร้าง (Accommodation)  คือการที่โครงสร้างทางปัญญาของบุคคลนำเอาความรู้ใหม่ที่ได้ปรับปรุงความคิดให้เข้ากับสภาพแวดล้อม

      ไวกอสกี้ กล่าวว่า เด็กจะเกิดการเรียนรู้ พัฒนาสติปัญญาและทัศนคติเมื่อมีการปฏิสัมพันธ์และทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นสภาวะที่เด็กต้องเผชิญกับปัญหาที่ท้าทายแต่ไม่สามารถคิดแก้ปัญหาโดยลำพัง  แต่ถ้าได้รับการช่วยเหลือแนะนำจากผู้ใหญ่หรือเพื่อนที่มีประสบการณ์มาก่อน  เด็กจะสามารถแก้ปัญหานั้นและจะเกิดการเรียนรู้ได้

       การเรียนรู้ตามทฤษฎีของบรูเนอร์ (ฺBruner) กล่าวว่า ความรู้ถูกสร้างหรือหล่อหลอมด้วยประสบการณ์ ผู้เรียนมีบทบาทในการรับผิดชอบต่อการเรียน ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความหมายขึ้นมาจากแง่มุมต่างๆ ผู้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง ผู้เรียนเลือกเนื้อหาและกิจกรรมเอง และเนื้อหาควรถูกสร้างในภาพรวม

หลักการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 มีสาระสำคัญ ดังนี้
1. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกประเภท
2. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคลและวิธีชีวิตของเด็กตามบริบทของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย
3. พัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นและกิจกรรมที่เมาะสม
4. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และมีความสุข
5. ประสานความร่วมมือระหว่างครอบครัว ชุมชน และสถานศึกษาในการพัฒนาเด็ก

คำศัพท์น่ารู้ 
  Knowledge = ความจำ
  Comprehend = ความเข้าใจ
  Application = การประยุกต์
  Synthesis = การสังเคราะห์
  Evaluation = การประเมินค่า

Teaching methods (วิธีการสอน)
    การศึกษาค้นคว้า สรุป รวบรวม การคิด และหาความรู้ด้วยตนเอง

Skill (ทักษะที่ได้)
  -การคิด วิเคราะห์
  -การใช้ทักษะในการเขียนสรุปข้อมูล

Adoption (การนำไปประยุกต์ใช้)
  สามารถนำมาเป็นความรู้เพื่อเป็นประโยชน์ในการเรียนการสอนในอนาคตต่อไปได้

Assessment (การประเมินผล)

  ประเมินตัวเอง

    เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ พยายามทำความเข้าใจกับบทเรียน แล้วสรุปเนื้อหาที่เรียนให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

  ประเมินเพื่อน

    เพื่อนๆตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์กันอย่างเต็มที่ 

  ประเมินอาจารย์

    อาจารย์มอบหมายงานให้นักศึกษาทำ เนื่องจากอาจารย์เข้าร่วมประชุม